พระกรุวัดพลับ พิมพ์ตุ๊กตาเล็ก

วัดพลับ หรือชื่อเป็นทางการว่า วัดราชสิทธาราม อ.บางกอกน้อย กรุงเทพฯ (ฝั่งธนบุรี) นับเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานคร และชื่อเสียงของวัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องและพระบูชา เนื่องด้วยวัดนี้เป็นแหล่งกำเนิดพระเนื้อผงที่เรียกได้ว่าเป็นยอดนิยม เรียกชื่อกันว่า พระวัดพลับมีเรื่องเล่าขานต่อๆ กันมาว่า กาลครั้งหนึ่ง ได้มีกระรอกเผือกตัวหนึ่งมาวิ่งเล่นอยู่ที่บริเวณลานวัดพลับ ด้วยความสวยงามของมันเป็นที่สะดุดตาของพระสงฆ์ สามเณร และชาวบ้านในบริเวณนั้นอย่างมากจึงช่วยกันไล่จับ เจ้ากระรอกเผือกก็ได้หนีเข้าไปในโพรงพระเจดีย์ ชาวบ้านจึงช่วยกันกระทุ้งโพรงเพื่อให้กระรอกเผือกออกมา แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ได้ปรากฏพระพิมพ์จำนวนมากไหลออกมาจากโพรงพระเจดีย์ ถึงขนาดต้องเอากระบุงหลายใบมารองใส่และเก็บรักษาไว้ ซึ่งนับได้ว่าเป็นการแตกกรุครั้งแรกและครั้งยิ่งใหญ่ ต้องขอบคุณเจ้ากระรอกเผือกตัวน้อยที่นำพาไปพบกับสุดยอดวัตถุมงคลพระวัดพลับและนี่คงเป็นที่มาของชื่อกรุพระเจดีย์ซึ่งเรียกขานกันว่ากรุกระรอกเผือกต่อมาท่านเจ้าอาวาสวัดพลับจึงทำการเปิดกรุพระเจดีย์อย่างเป็นทางการ ปรากฏว่ามีโพรงใหญ่อยู่กลางพระเจดีย์พบพระวัดพลับบรรจุอยู่อีกเป็นจำนวนมาก และยังพบพระสมเด็จอรหังอีกจำนวนหนึ่งด้วย มีทั้งพิมพ์สามชั้นและพิมพ์ฐานคู่ ซึ่งพระสมเด็จอรหังนั้น สมเด็จพระสังฆราชสุก (ไก่เถื่อน) เป็นผู้สร้าง และก่อนที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ จะไปครองวัดมหาธาตุเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดพลับมาก่อน ประกอบกับพระวัดพลับเป็นพระเนื้อผงสีขาว และมีส่วนผสมคล้ายคลึงกับพระสมเด็จอรหังมาก จึงสันนิษฐานได้ว่าพระวัดพลับก็น่าจะสร้างโดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชสุก (ไก่เถื่อน) เจ้าตำรับพระผงเช่นกัน เนื้อหามวลสารของพระวัดพลับและพระสมเด็จวัดระฆังจะดูคล้ายคลึงกันมาก

         เนื้อขององค์พระเป็นสีขาว มีความหนึกนุ่ม และมีรอยแตกร้าวแบบไข่นกปรอท จะมีความแตกต่างกันตรงที่พระวัดพลับบางองค์จะมีรอยลานของเนื้อพระอันเกิดจาก ความร้อน ซึ่งพระสมเด็จวัดระฆังจะไม่ปรากฏรอยลานเลย แต่ก็ไม่ถือเป็นเอกลักษณ์สำหรับพระวัดพลับทุกองค์ การพิจารณาผิวของพระวัดพลับที่บรรจุอยู่ในกรุเจดีย์กระรอกเผือกเป็นเวลานานนับร้อยกว่าปีนั้น ให้ดูที่สีผิวขององค์พระจะค่อนข้างขาว ปรากฏเป็นคราบน้ำตกผลึกเป็นสีขาวและสีเหลืองอ่อนเจือปนที่เรียกกันว่า "ฟองเต้าหู้" สันนิษฐานว่า เกิดจากคราบน้ำในกรุหรือคราบน้ำฝนที่รั่วไหลเข้าไปในกรุทำปฏิกิริยากับเนื้อ พระที่มีส่วนผสมของปูนขาว เมื่อกาลเวลาผ่านไปจึงเกิดเป็นหินปูน พระบางองค์ดูเหมือนมีเนื้องอกขึ้นจากพื้นผิวขององค์พระเป็นเม็ดๆ อันเกิดจากสภาพของกรุพระเจดีย์ ซึ่งตอนกลางวันได้รับความร้อน พระในกรุก็จะอมความร้อนไว้ เมื่อกระทบกับน้ำที่ซึมเข้ามาในกรุผสมกับปูนขาว จึงกลายเป็นปูนเดือดบนองค์พระและตกตะกอนเป็นเม็ดๆ คล้ายเนื้องอก แต่จะเป็นที่พื้นผิวเท่านั้นไม่ได้เกิดจากเนื้อขององค์พระ เมื่อขูดเอาเนื้องอกส่วนนั้นออก ผิวขององค์พระก็จะเรียบเหมือนเดิมทุกประการ

         พระวัดพลับ ที่พบมีมากมายหลายพิมพ์ และได้รับการขนานนามกันไปต่างๆ ตามพุทธลักษณะขององค์พระ อาทิ พิมพ์วันทาเสมาหรือพิมพ์ยืนถือดอกบัว, พิมพ์ตุ๊กตาใหญ่, พิมพ์ตุ๊กตาใหญ่ชะลูด, พิมพ์ตุ๊กตาเล็ก, พิมพ์พุงป่องใหญ่ พิมพ์ 1, พิมพ์พุงป่องใหญ่ พิมพ์ 2, พิมพ์พุงป่องเล็ก เข่าชั้นเดียว, พิมพ์พุงป่องเล็ก เข่าสองชั้น, พิมพ์สมาธิใหญ่, พิมพ์สมาธิใหญ่ แขนโต, พิมพ์สมาธิเข่ากว้าง, พิมพ์พระภควัมบดีใหญ่, พิมพ์พระภควัมบดีเล็ก ฯลฯ นอกจากจะพบที่กรุกระรอกเผือก วัดพลับแล้ว ได้มีการค้นพบบรรจุอยู่ในกรุพระเจดีย์วัดโค่ง จังหวัดอุทัยธานี สันนิษฐานว่า ได้มีการนำไปบรรจุไว้แต่มีจำนวนไม่มากนัก และเนื่องด้วยสภาพกรุพระเจดีย์ทั้งสองแตกต่างกัน ส่งผลให้สภาพพื้นผิวขององค์พระทั้งสองวัดมีความแตกต่างกัน คือ พระวัดพลับ กรุกระรอกเผือก วัดพลับองค์พระจะเป็นสีขาว และมักจะมีฟองเต้าหู้หรือเนื้องอก ส่วน พระวัดพลับ กรุวัดโค่น จ.อุทัยธานี ผิวขององค์พระจะมีขี้กรุสีน้ำตาลแก่ และขี้กรุจะแข็งมากเหมือนกับขี้กรุของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม ถึงแม้การสร้างองค์พระของพระวัดพลับ จะดูแบบง่ายๆ ไม่มีรายละเอียดมากนัก แต่ก็เป็นที่น่าอัศจรรย์ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้มากมาย เมื่อมองแล้วจะเกิดความรู้สึกลึกซึ้งนุ่มนวล ซึ่งอาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งนอกเหนือจากความเก่าและพุทธคุณอันเลิศล้ำที่ทำ ให้พระวัดพลับได้รับความนิยมอย่างสูง ปัจจุบันแทบจะหาดูหาเช่ายากเอามากๆ ทีเดียว สาเหตุที่ตั้งชื่อเรียกว่า "พิมพ์ตุ๊กตา" บอกไปแล้วในพิมพ์ตุ๊กตาใหญ่ แต่ทว่าพิมพ์ตุ๊กตาใหญ่ แลดูลีลาเส้นลายมีลักษณะแข็งกร้าวกว่าพิมพ์ตุ๊กตาเล็ก ลักษณะขององค์พระ เป็นพระนั่งปางสมาธิ-ขัดราบ ขาขวาทับขาซ้าย เค้าหน้าใหญ่ คางสอบแหลม การทิ้งแขนแลดูหักเป็น 2 ท่อน ลักษณะกอดรัดตัว ต้นแขนใหญ่ แขนท่อนบน-ท่อนล่าง และการประสานมือเป็นเส้นใหญ่เท่ากันไปหมด การวางขาขวาปลายพระบาทเฉียงทแยงขึ้นมา ขนาดองค์พระ กว้างประมาณ 1 ซม. ส่วนสูงประมาณ 1.5-2.0 ซม. บางองค์ปีกกว้าง บางองค์ปีกแคบ โดยเฉพาะองค์ที่ปีกแคบมากจะแลดูองค์พระเล็ก บางคนเรียกว่า "พิมพ์ไข่จิ้งจก" คือ มีลักษณะเล็ก และหลังนูน รูปร่างคล้ายไข่จิ้งจกนั่นเอง และพุทธลักษณะองค์พระเป็นพิมพ์ตุ๊กตาเล็ก

ที่มา บทความ: www.soonphra.com และ อ.ราม วัชรประดิษฐ์


พระกรุวัดพลับ พิมพ์ตุ๊กตาเล็ก

  • Product Code: w-006
  • Availability: In Stock
  • $0.00


Tags: พระกรุวัดพลับ พิมพ์ตุ๊กตาเล็ก